
ผมออกจากห้องมืดมาหลายวัน คนที่ไม่ใช่นักถ่ายภาพอาจจะงงๆว่าทำไมต้องเข้าไปอยู่ในห้องมืด ทำไมไม่เปิดไฟหรือที่บ้านไม่มีไฟฟ้า ห้องมืดที่พูดถึงคือห้องมืดสำหรับอัดรูปขาวดำครับ ที่ต้องใช้ห้องมืดๆก็เพราะกระบวนต่างๆเกี่ยวกับการอัดรูป ล้างฟิล์ม ล้วนเกี่ยวข้องกับแสง
ห้องมืดของผมทำขึ้นมาง่ายๆ เรียกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยจะดีกว่า เพราะจริงๆมันคือห้องทำงาน ที่มีทั้งหนังสือ กล้อง ฟิล์ม วางระเกะระกะ ผมยกเครื่องอัด(ภาษาช่างเค้าเรียกหัวอัด)เข้าไปตั้งไว้มุมหนึ่ง เวลาจะอัดรูปทีก็ต้องรอให้ตะวันตกดินเสียก่อนจึงจะดำเนินการได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะทั้งหน้าต่างและประตูเป็นช่องกระจก มีพียงม่านผ้ากับมู่ลี่ไม้ไผ่บางๆเท่านั้นที่บังแสง ตอนกลางวันมันจึงมืดไม่เพียงพอสำหรับการทำงาน
การทำงานในห้องมืดคงต้องใช้ความเคยชินสักนิดทำบ่อยๆ เพราะเราคล้ายๆคนตาบอด มีเพียงไฟสีแดงดวงเล็กๆที่ไม่ทำปฏิกริยากับกระดาษเปิดไว้นำทางให้รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน ที่สำคัญงานให้ห้องมืดเป็นกระบวนการ manual ล้วนๆและหลายขั้นตอน(ไม่ขอลงรายละเอียดเพราะมันคงยืดยาว) คืนๆหนึ่งอาจจะอัดรูปได้ไม่มากนักถ้าทำงานแบบละเอียดจริงๆ บางรูปอัดซ้ำแล้วซ้ำอีกบางทีแค่ฝุ่นเพียงเม็ดเดียวบนฟิล์มก็เป็นปัญหา ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาเนี๊ยบแค่ไหน
แต่แน่นอนงานในห้องมืดเป็นงานที่สนุกสำหรับผม(ถ้าไม่ขี้เกียจ) เวลาที่ภาพมันค่อยๆขึ้นมาบนกระดาษในถาดน้ำยาสร้างภาพ(ไม่เกี่ยวกับพวกสร้างภาพ)เป็นช่วงเวลาที่ลุ้นทุกครั้งไม่ว่าเราจะคิดว่าเราชำนาญแค่ไหน
ก่อนวันที่ผมจะเข้าไปในห้องมืดไม่กี่วัน ผมไปร่วมแสดงภาพถ่ายในงาน Life Like Light ที่หอศิลป์เจ้าฟ้า จัดโดยมูลนิธิภาพถ่ายฯ งานของช่างภาพหลายคนเป็นงานขาวดำ แต่ไม่มีใครอัดรูปที่นำมาแสดงในห้องมืดสักคนรวมทั้งผม จะด้วยเวลาที่จำกัดในการเตรียมงานหรืออะไรแล้วแต่ แต่สิ่งเกิดขึ้นแล้วคือการปริ้นรูปโดยเครื่องพิมพ์แบบ Inkjet ที่ทำงานผ่านโปรแกรม Photoshop สามารถทำงานได้ดีถึงดีมาก งานหลายชิ้นบอกตามตรงว่าดูไม่ออกหรอกว่าอัดด้วยวิธีการใด จนช่างภาพรุ่นใหญ่บางคนที่ยังนิยมถ่ายภาพด้วยฟิล์มและล้างอัดในห้องมืดยังต้องหวั่นไหว
ทุกอย่างดูจะสะดวกและรวดเร็วในยุคดิจิตัลนำทาง
ที่พูดมาไม่ได้ต้องการมาเปรียบเทียบหรือชวนให้คิดว่าอะไรดีกว่ากัน ผมแค่รู้สึกว่าจริงๆวิธีการอาจจะเป็นเพียงแค่ทางผ่าน วันหนึ่งเราสนุกกับงานแบบห้องมืดอยู่กับน้ำยาเหม็นๆ แต่บางวันเราอาจจะสนุกกับการทำ Photoshop นั่งแต่งสีเก็บเม็ดฝุ่นบนรูป(เฉพาะรูปที่ถ่ายด้วยฟิล์ม) ไม่เห็นต้องมาเถียงหรือตั้งกำแพงใส่กันว่าชั้นคลาสสิค หรือแกหัวโบราณ
ความงาม ความรู้สึก อารมณ์ เป็นเรื่องรสนิยมของใครของมัน
ชีวิตก็เหมือนกัน ทางใครก็ทางมัน
แต่อย่าตัวใครตัวมันก็แล้วกัน
ต้นเดือนตุลาคม 2550
ภาพข้างบนเป็นส่วนหนึ่งของงานชุด My way ที่แสดงอยู่ที่ร้านเฮมล็อค ถนนพระอาทิตย์ ผมไม่ได้อัดในห้องมืด และไม่ได้ใช้ Inkjet เป็นฟิล์มขาวดำที่ scan เอง ทำงานใน Photoshop แล้วไปอัดตามร้านถ่ายรูปธรรมดา