Blog Entryคนกับจิ้งจกJul 18, '08 9:55 AM
for everyone
ช่วงนี้มีเพื่อนใหม่ ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวัน แม้จะคนละสปีซี่ย์แต่ก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีทักทายกันบ้างเวลาเหงาๆ


บางวันผมนั่งทำงานอยู่เงียบๆเพื่อนเท้าเหนียวของผมมักแอบย่องออกมาจับมดจับแมลงกินอยู่ใกล้ๆอย่างไม่เกรงกลัวแต่เกรงใจเล็กน้อยเวลาโดนผมแซว 

ผมคิดว่าการที่เพื่อนตัวเล็กไม่เกรงกลัวสัตว์ร่างยักษ์อย่างผมคงเกิดจากเซ้นบางอย่าง  ว่าไม่มีใครทำร้ายใครแน่ โดยไม่จำเป็นต้องพูดกันรู้เรื่องด้วยภาษาเดียวกัน

คนกับคนเสียอีกที่พูดจาภาษาเดียวกันแท้ๆ แต่บางทีเรากลับไว้ใจใครไม่ได้เลย






Blog Entryคิดถึงเพื่อนJun 21, '08 6:14 AM
for everyone
กลางดึกของวันนี้เมื่อสี่ปีที่แล้ว เพื่อนคนหนึ่งของผมจากไป

แม้ไม่อาจรับรู้ความรู้สึกเจ็บปวด แต่จำได้ว่าคืนนั้นใจมันวังเวงจนรุ่งเช้า

บนเส้นทางของนักต่อสู้คนธรรมดา ผมนับเขาเป็นผู้กล้า

คนเล็กๆคนหนึ่งลุกขึ้นสู้กับผู้รุกรานบ้านเกิด อำนาจรัฐ และผู้มีอิทธิพล

บังเอิญเขาชนะ... ชีวิตจึงต้องปลิดปลิวเหมือนใบไม้ร่วงลงแนบดิน

เจริญ วัดอักษร หลายคนยังจำได้ หลายคนลืมไปแล้ว หลายคนไม่เคยรู้จัก
แต่จะสำคัญอะไร.....
แค่เพียงเรายังคิดถึงกัน...

แล้วเจอกันพี่....



สำหรับคนเดินทางทุกๆที่ในโลกก็เหมือนบ้าน

การร่อนเร่เปลี่ยนที่นอนไปเรื่อยๆ เป็นชีวิตที่มีความสุข

หลายที่หลายแห่งไปแล้วซาบซึ้ง อยากกลับไปบ่อยๆ

ด้วยความหลงใหล ประทับใจ ในสถานที่ หรือผู้คน

แต่กลับไม่เคยคิดครอบครอง เป็นเจ้าของ

ยอมรับสถานะของผู้ "อยู่ชั่วคราว"

.....

แต่จะมีสักที่ไหมที่เรารู้สึกคิดถึง และอยากไปใช้ชีวิตอยู่อย่างถาวร

 


ในความมืดย่อมมีแสงสว่าง
ในความสว่างย่อมมีความมืดเข้าแทรกแซม

ชีวิตก็เป็นแบบนั้น
ไม่มีอะไรเป็นไปในทิศทางเดียว




โลกกว้างใหญ่ ไกลออกไปอีกยิ่งกว้างใหญ่
หากยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางย่อมมองไม่เห็นอะไร



ไม่เห็นความเป็นไป...







ในความมืดยังมีแสงสว่าง

เบื้องหน้าอาจจะเป็นวิหารรัาง

ทะเลอันว่างเปล่า

หรือป่าเขารกชันอันไม่คุ้นเคย



ท่านอาจรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยว
และเปลี่ยวเหงา

ก็จะเป็นไรไป

ในเมื่อเราต่างก็เดินทางเพียงลำพังมาตั้งแต่ต้น

บนเส้นทางของนักบวช
ก็จะเป็นไรไป

ภาพ-วัดบางพรหม สมุทรสงคราม
วันพระจันทร์มาฆฯ
2551



Blog Entryคิดไม่ออกFeb 17, '08 2:47 PM
for everyone

จะเช้าแล้ว คิดไม่ออก นั่งบื้ออยู่นาน สมองคงเสื่อมไปแล้ว

สงสัยต้องไปร้านเสริมสวยเสียหน่อย

เซง

บ่นไรอะลุง (มีเสียงแซว)

ป่าว ไม่ได้บ่น......

อะไรวะ

ไม่รู้ งงๆเหมือนกัน



 

ขอเพียงความสงบในใจ เพ่งมองอย่างพินิจ ก็จะรู้ว่าทุกอย่างเป็นอย่างที่มันเป็น

น้ำตกหลี่ผี ลาว กลางฤดูฝน

 


Blog Entryno moreNov 6, '07 4:50 AM
for everyone


น้ำนิ่ง

ใจกลับเคลื่อนไหว




ผมออกจากห้องมืดมาหลายวัน คนที่ไม่ใช่นักถ่ายภาพอาจจะงงๆว่าทำไมต้องเข้าไปอยู่ในห้องมืด ทำไมไม่เปิดไฟหรือที่บ้านไม่มีไฟฟ้า ห้องมืดที่พูดถึงคือห้องมืดสำหรับอัดรูปขาวดำครับ ที่ต้องใช้ห้องมืดๆก็เพราะกระบวนต่างๆเกี่ยวกับการอัดรูป ล้างฟิล์ม ล้วนเกี่ยวข้องกับแสง

ห้องมืดของผมทำขึ้นมาง่ายๆ เรียกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยจะดีกว่า เพราะจริงๆมันคือห้องทำงาน ที่มีทั้งหนังสือ กล้อง ฟิล์ม วางระเกะระกะ ผมยกเครื่องอัด(ภาษาช่างเค้าเรียกหัวอัด)เข้าไปตั้งไว้มุมหนึ่ง เวลาจะอัดรูปทีก็ต้องรอให้ตะวันตกดินเสียก่อนจึงจะดำเนินการได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะทั้งหน้าต่างและประตูเป็นช่องกระจก มีพียงม่านผ้ากับมู่ลี่ไม้ไผ่บางๆเท่านั้นที่บังแสง ตอนกลางวันมันจึงมืดไม่เพียงพอสำหรับการทำงาน

การทำงานในห้องมืดคงต้องใช้ความเคยชินสักนิดทำบ่อยๆ เพราะเราคล้ายๆคนตาบอด มีเพียงไฟสีแดงดวงเล็กๆที่ไม่ทำปฏิกริยากับกระดาษเปิดไว้นำทางให้รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน ที่สำคัญงานให้ห้องมืดเป็นกระบวนการ manual ล้วนๆและหลายขั้นตอน(ไม่ขอลงรายละเอียดเพราะมันคงยืดยาว) คืนๆหนึ่งอาจจะอัดรูปได้ไม่มากนักถ้าทำงานแบบละเอียดจริงๆ บางรูปอัดซ้ำแล้วซ้ำอีกบางทีแค่ฝุ่นเพียงเม็ดเดียวบนฟิล์มก็เป็นปัญหา ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาเนี๊ยบแค่ไหน

แต่แน่นอนงานในห้องมืดเป็นงานที่สนุกสำหรับผม(ถ้าไม่ขี้เกียจ) เวลาที่ภาพมันค่อยๆขึ้นมาบนกระดาษในถาดน้ำยาสร้างภาพ(ไม่เกี่ยวกับพวกสร้างภาพ)เป็นช่วงเวลาที่ลุ้นทุกครั้งไม่ว่าเราจะคิดว่าเราชำนาญแค่ไหน

ก่อนวันที่ผมจะเข้าไปในห้องมืดไม่กี่วัน ผมไปร่วมแสดงภาพถ่ายในงาน Life Like Light ที่หอศิลป์เจ้าฟ้า จัดโดยมูลนิธิภาพถ่ายฯ งานของช่างภาพหลายคนเป็นงานขาวดำ แต่ไม่มีใครอัดรูปที่นำมาแสดงในห้องมืดสักคนรวมทั้งผม จะด้วยเวลาที่จำกัดในการเตรียมงานหรืออะไรแล้วแต่ แต่สิ่งเกิดขึ้นแล้วคือการปริ้นรูปโดยเครื่องพิมพ์แบบ Inkjet ที่ทำงานผ่านโปรแกรม Photoshop สามารถทำงานได้ดีถึงดีมาก งานหลายชิ้นบอกตามตรงว่าดูไม่ออกหรอกว่าอัดด้วยวิธีการใด  จนช่างภาพรุ่นใหญ่บางคนที่ยังนิยมถ่ายภาพด้วยฟิล์มและล้างอัดในห้องมืดยังต้องหวั่นไหว

ทุกอย่างดูจะสะดวกและรวดเร็วในยุคดิจิตัลนำทาง

ที่พูดมาไม่ได้ต้องการมาเปรียบเทียบหรือชวนให้คิดว่าอะไรดีกว่ากัน ผมแค่รู้สึกว่าจริงๆวิธีการอาจจะเป็นเพียงแค่ทางผ่าน วันหนึ่งเราสนุกกับงานแบบห้องมืดอยู่กับน้ำยาเหม็นๆ แต่บางวันเราอาจจะสนุกกับการทำ Photoshop นั่งแต่งสีเก็บเม็ดฝุ่นบนรูป(เฉพาะรูปที่ถ่ายด้วยฟิล์ม) ไม่เห็นต้องมาเถียงหรือตั้งกำแพงใส่กันว่าชั้นคลาสสิค หรือแกหัวโบราณ

ความงาม ความรู้สึก อารมณ์ เป็นเรื่องรสนิยมของใครของมัน

ชีวิตก็เหมือนกัน ทางใครก็ทางมัน

แต่อย่าตัวใครตัวมันก็แล้วกัน

ต้นเดือนตุลาคม 2550

ภาพข้างบนเป็นส่วนหนึ่งของงานชุด My way ที่แสดงอยู่ที่ร้านเฮมล็อค ถนนพระอาทิตย์ ผมไม่ได้อัดในห้องมืด และไม่ได้ใช้ Inkjet เป็นฟิล์มขาวดำที่ scan เอง ทำงานใน Photoshop แล้วไปอัดตามร้านถ่ายรูปธรรมดา








 

 

 



ลมแรง เมฆบ้า สายน้ำเคลื่อนไหว

ฝนมาเหมือนฟ้ารั่ว หม่นมัว ทึมเทา คนเฝ้ามอง ฝน..

แรง รุกเร้า พร่ามัว กลับเบิกบานในใจ คนเฝ้ามอง ฝน.

เย็นวันหนึ่งฝนตกหนัก...

กันยายน 2550


© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help